• GREY RAY

Design Thinking คืออะไร? ตีแผ่ขั้นตอนการดําเนินงาน สามหัวใจหลักของกระบวนการออกแบบ



“เมื่อใดที่มีไอเดียใหม่ๆ ผุดขึ้นมา มันจะไม่มีวันถูกละเลย

และตราบใดที่ยังมีคนสนใจมันก็จะเป็นอมตะ”

-Edward de Bono-


ทุกคนสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของตนเองได้ เพราะความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ สําหรับนักออกแบบหลายคน การออกแบบอาจเป็นอะไรที่ดูยุ่งเหยิง นักออกแบบที่ประสบความสําเร็จนั้นมักจะเรียนรู้วิธีการร่นถอย และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับสภาวะของสังคมในตอนนั้น ซึ่งการเรียนรู้แนวคิดนี้มักจะต้องอาศัยประสบการณ์,การพบปะผู้คนที่หลากหลาย และทักษะจากทีมงานคุณภาพที่จะช่วยต่อยอดและเพิ่มพลังของความคิดสร้างสรรค์


คําถามคือแล้ว Design Thinking คืออะไร?

หากเรานิยาม กระบวนการออกแบบ Design Thinking สากลนั้นประกอบไปด้วยขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอน การระบุปัญหา, การสร้างสรรค์ไอเดีย และ การสร้างสรรค์ผลงาน แนวทางการ ออกแบบชนิดนี้จะได้ผลดีเมื่อดีไซเนอร์ต้องการที่จะแยกแยะปัญหา, เปิดสมอง และ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การออกแบบนั้นถือว่าเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง หลังจากการผลักดัน ทดสอบ นักออกแบบที่ดีนั้นจะต้องคํานึงถึงช่องทางที่พวกเขาจะพัฒนาดีไซน์ที่ดีกว่าเพื่อความต้องการของมนุษย์ในอนาคต ดังนั้น Design Thinking จึงเปรียบเสมือนอาวุธสําคัญในการออกแบบที่จะทําหน้าที่แกะรอยความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากความต้องการของผู้บริโภคในยุคนั้น


Brief History

ขั้นตอนกระบวนการ Design Thinking สมัยใหม่นั้นเริ่มถูกพัฒนาในช่วงต้นของทศวรรษที่ 50 จนแตกแขนงมาหลากหลายจนถึงยุคปัจจุบัน โดยหลักๆ จะมี Alex F. Osborn ที่ เขียนเรื่องแนวคิดการออกแบบในหนังสือ Applied Imagination (1953) ไว้ว่า แนวคิดการออกแบบทั่วไปหมายถึงกระบวนการจัดการกับไอเดีย, วิจัย, สร้้างต้นแบบและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้


Edward de Bono ที่อธิบายและสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการออกแบบ The Universal Traveller ของ Don Koberg และ Jim Bagnall ที่แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าเราพอจะมีวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ สําหรับคําถามที่ซับซ้อนเสมอ

จนพัฒนามาถึงแนวคิดการออกแบบของ IDEO ที่นักเรียนออกแบบหลายคนจะรู้จักกันดี โดย Tom Kelley , Tim Brown และทีมงานออกแบบนั้นได้พัฒนาเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการตีกรอบปัญหาและสร้างทางแก้ปัญหา จากแนวคิดที่ว่า การออกแบบที่ดีนั้นหมายถึงทําให้การทําให้มนุษย์พอใจ


~เพื่อเป็นการรําลึกและเรียนรู้จากบทเรียนการออกแบบ เราได้นําหัวใจสาม ห้องหลักของกระบวนการออกแบบเบื้องต้นจากวัฒนธรรมดีไซน์ที่หลากหลาย มาตีแผ่ขั้นตอนการดําเนินงาน เริ่มตั้งแต่การตั้งคําถามเพื่อเฟ้นหาไอเดีย ไปจนถึงการขึ้นงานต้นแบบที่ผู้อ่านสามารถนําเอาไปใช้ได้จริง ส่วนรายละเอียดด้านเทคนิคของการออกแบบจะกล่าวถึงในบทความถัดๆ ไป ~

ระบุปัญหา (Defining the Problem)

Focus group Conversation หรือ การสนทนากลุ่มถือเป็นหนึ่งเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณประเมินปัญหาการออกแบบของคุณได้อย่างรอบด้านมากขึ้น ปัญหาคือจุดเริ่มต้นของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโปรดักส์ ออกแบบกราฟฟิก หรือ การตกแต่งภายใน ดังนั้นการระบุ และตั้งคําถามปัญหาในช่วงเริ่มต้นของการออกแบบ จึงเปรียบเสมือนหัวใจหลักของกระบวนการ Design Thinking


นักออกแบบมักจะใช้วิธีต่างๆ อาทิเช่นการระดมความคิด (Brainstorm) หรือ การสร้างแผนผังความคิด (Mind Mapping) ที่จะช่วยให้พวกเขาจับคอนเซ็ปหลักๆ ของปัญหาได้


วิธีนี้จะแตกต่างจากวิธีอื่นอย่างการสัมภาษณ์ ตั้งกลุ่มเป้าหมาย และการวางตําแหน่งของแบรนด์ ที่จะหาผลลัพธ์จากการสอบถามว่าผู้ใช้ต้องการสิ่งใดหรือเคยแก้ปัญหาอย่างไร วิธีดังกล่าวสามารถใช้ช่วงไหนของการออกแบบก็ได้ แต่การระดมความคิดนั้นมักเป็นสิ่งแรกที่นักออกออกแบบพึงกระทํา มันเปรียบเสมือนถนนเส้นหลักที่จะใช้กรุยทางไปยังผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

"บ่อยครั้งที่ ไอเดียดีๆ มักอยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่มองเห็น"

( Alex F. Osborn )

การหาไอเดีย (Idea Generation)

กาแฟเอสเปรสโซ่ + หมึก + กระดาษ + ภาพสเก็ต และ บทสนทนาที่เฉพาะเจาะจง ล้วนแล้วแต่เป็นเคื่องมือพื้นฐานที่จะช่วยพัฒนาคอนเซ็ปต์ของคุณในกระบวนการ Idealation


เมื่อคุณสามารถระบุปัญหาได้แล้ว ก็ถึงเวลาคิดวิธีแก้ปัญหาและสร้างแนวคิดการออกแบบที่ลึกซึ้งมากขึ้น ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนการสื่อสารไอเดียกับตัวคุณเอง ในช่วงแรกของกระบวนแรกของกระบวนการออกแบบนั้น ทางคุณอาจมีคอนเซ็ปต์ที่มากมายตั้งแต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนไปจนถึงสิ่งที่แปลกประหลาด ก่อนที่จะใช้เวลาและพลังงานในการสร้าง และการหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง โดยที่นักออกแบบจะต้องเปิดใจรับความเป็นไปได้ต่างๆ ก่อนที่พวกเค้าจะทุ่มพลังทั้งหมดไปยังคอนเซ็ปต์ใดคอนเซ็ปต์หนึ่ง โดยขั้นตอนที่สองนี้จะประกอบไปด้วยวิธีในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ จากคอนเซ็ปต์หลักเพียงคอนเซ็ปต์เดียว และต่อยอดไปถึงขั้นตอนการค้นหา อธิบาย จนไปถึงการใส่ชีวิตให้กับไอเดียต่างๆ ให้เป็นจริงอีกด้วย


การสร้างต้นแบบ ( Prototyping )

ขั้นตอนการทําโมเดลนั้นเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสําคัญของนักออกแบบ โดยหลักๆ แล้วนักออกแบบจะทําการวัดสัดส่วนของงานดีไซน์และถ่ายทอดมันออกมาผ่านชิ้นงาน สามมิติ ผ่านวัสดุ เช่น กระดาษ, ไม้ ไปจนถึงวัสดุที่ใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์หลักที่สุด


หลังจากผ่านขั้นตอนการวิจัยแบบเปิดกว้าง และการสร้างสรรค์ไอเดียอย่างอิสระไปแล้ว หน้าที่ต่อไปของนักออกแบบคือการคัดสรรคอนเซ็ปต์เพื่อนําไปพัฒนาต่อได้ จริงอยู่ที่การมีไอเดียมากๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการออกแบบ แต่จะมีเพียงบางไอเดียเท่านั้นที่จะถูกจับเป็นคอนเซ็ปต์ และพัฒนาต่อจนสําเร็จ ดังนั้นขั้นตอนของการสร้างต้นแบบจึงเป็นขั้นตอนสําคัญมากสําหรับนักออกแบบบางคนในพัฒนาคอนเซปต์ของพวกเขาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

โดยหน้าที่หลักของนักออกแบบในขั้นตอนนี้ คือ การสร้างสิ่งที่สามารถจับต้องได้ ตลอดจนการตอบคําถามได้ว่ามันใช้งานอย่างไร การสร้างต้นแบบนั้น จะช่วยทําให้นักออกแบบมีโอกาสท้าทายแนวคิดของตัวเองอีกครั้ง ขั้นตอนนี้จึงเปรียบเสมือน ส่วนขยายที่จะช่วยพัฒนาคอนเซ็ปต์ที่ทําให้นักออกแบบสามารถมองเห็น โอกาส หนทาง จุดหมาย ตลอดไปจนถึงการตัดทอนสิ่งที่ไม่จําเป็นออกไปจากตัวงาน ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ถ้าทายความสามารถที่สุดของนักออกแบบเลยก็ว่าได้


หากเปรียบเทียบขั้นตอน Brainstorm กับ Mind Mapping ว่าเป็นการปล่อยความคิด การสร้างต้นแบบนั้นก็เปรียบเสมือนประตูที่จะช่วยเปิดกรอบความคิดของคุณให้ชัดเจนมากขึ้น

โดยรวมแล้วกระบวนการออกแบบนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างการศึกษาปัญหา, การประดิษฐ์ และการสร้างไอเดีย ในบางครั้งเราอาจจะปิ๊งไอเดียขึ้นมาเอง


แต่หลายๆ ครั้งเราจําเป็นต้องสร้างไอเดียอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างวิถึทางที่หลากหลายสู่ผลลัพธ์ที่เหมาะสมมากที่สุด งานออกแบบที่ดีนั้นไม่ได้หมายถึงงานออกแบบที่ฉลาดกว่าหรือสวยกว่า แต่มันหมายถึงงานออกแบบที่ผ่านกระบวนการออกแบบที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ และงานออกแบบที่สามารถสร้างจุดยืนของมันเองในบริบทของ เวลา วัฒนธรรม และ สภาวะของสังคมในตอนนั้นต่างหาก

เนื้อหาอ้างอิงจาก :

-Brown, T., & Katz, B. (2011). Change by design: how design thinking transforms organizations and inspires innovation. New York, NY: Harper Business.

-Lupton, E. (2014). Graphic design thinking: beyond brainstorming. New York: Princeton Architectural Press.

-Osborn,A.F. (1963). Applied Imagination: principles and procedures of creative problem-solving. New York: Charles Scribner

-Koberg, D., & Bagnall, J. (1976). The all new universal traveler: a soft-systems guide to creativity, problem-solving, and the process of design. Los Altos, CA: W.Kaufmann.

- Bono, E. D. (1971). New think: the use of lateral thinking in the generation of new ideas. New York:Avon.

บทความโดย : Chanothai Wangmontree​

ภาพ : Pinterest

© Copy Right GREY RAY, All Rights Reserved. ไม่อนุญาตให้นำบทความไปดัดแปลง, เขียนใหม่, หรือนำไปเผยแพร่ในที่สาธารณะโดยไม่ใส่เครดิตหรือได้รับอนุญาต


1,062 views
  • Facebook Clean
  • Twitter Clean
  • White Instagram Icon